5 ลัทธิใหญ่ในเกาหลีใต้! (Shincheonji Church)เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด19จริงเหรอ?

ไม่เจอกันนานเลยนะ! (พนมมือ)

ในการระบาดของโรคโควิด19 เมื่อเร็วๆนี้ จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในเกาหลีนั้นพุ่งสูงเกินคาด ไวรัสไม่เพียงแต่สร้างความตื่นกลัวไม่เป็นสุขให้กับประชาชน จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดโรคทางสังคมมากมาย (ซูเปอร์สเปรดเดอร์)ที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ของแทกู กิจกรรมการรวมตัวลึกลับของลัทธิบูชา(Shincheonji Church) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสอย่างมาก วันนี้แอดมินจะพาแฟนๆมาดูว่าโรคโควิด19ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ต่อลัทธิของเกาหลีใต้อย่างไร ทำให้รัฐบาลและประชาชนต้องให้ความสำคัญกับไวรัสนี้ พวกเขาทำอะไรถึงทำให้คนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟกันและถูกเรียกว่า ลัทธิบูชา และแอดมินยังได้เตรียมภาพยนตร์แนวเดียวกันไว้ให้กับแฟนๆได้ชมอีกหลายเรื่องเลย

1.Shincheonji Church

“สื่อเกาหลีชี้ว่าหญิงชราวัย 61 ปี เป็นสาเหตุหลักในการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด19 หญิงชราคนนี้ยังคงใช้ชีวิตปกติ ในขณะที่เธอมีไข้สูง เริ่มแรกเธอยืนกรานไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดไข้ ศาสนาเธอเชื่อว่าคนที่ติดโรคระบาดนี้เป็นคน ที่อ่อนแอ และไม่คู่ควรกับการได้ขึ้นสวรรค์ ตรงนี้คล้ายกับโรงพยาบาลแห่งความรอดในละครเกาหลีเรื่อง Save Me ที่ไม่ยอมรับการรักษาจากโรงพยาบาล กฏหมายข้อที่ 31 ดึงดูดความสนใจของสาธารณชนและถูกเรียกว่า “เป็นผู้แพร่ ระบาดเชื้อไวรัส” เป็นเพราะระหว่างที่เธอยังไม่ได้เข้ารับการตรวจจนถึงได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด19 เธอได้เข้า ร่วมกิจรรมของคริสจักร กิจกรรมของแพทย์แผนจีน เข้าร่วมงานแต่ง ได้พบปะกับผู้คนนับพันโดยเฉพาะคนใกล้ชิดที่ เธอพบมากถึง 166 คน และชื่อคริสจักรที่หญิงคนนี้อยู่คือ Shincheonji Church หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ ผู้คนในคริสจักร แทกูซินเทียนตี้ก็มีการติดเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้เมืองแทกูจึงกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดในเกาหลีใต้ มากกว่า 80% ของผู้ติดเชื้อได้รับการยืนยันจากองค์กรแล้ว

นอกจากการติดเชื้อในกลุ่มที่เกิดจากการชุมนุมอย่างลับๆแล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้คนโมโหมากที่สุดก็คือคริสจักรให้สมาชิก “ปกปิดข้อเท็จจริง” และ “ห้ามยอมรับว่าได้เข้าร่วมนมัสการ” ซึ่งทำให้รัฐบาลติดตามการแพร่ระบาดไวรัสได้ยาก และ ลี แมน-ฮี ผู้นำของคริสจักรออกมาโต้แย้งว่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า “เป็นเพราะซาตานเห็นถึงการพัฒนาของ คริสจักรเราอย่างรวดเร็ว ดังนั้นซาตานจึงใช้วิธีนี้โจมตีเรา” พฤติกรรมการเห็นแก่ตัวในช่วงเวลาแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่พึง ปรารถนาจริงๆ “

2. Victory Altar (ศาสนาใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นในเกาหลีใต้ในปี 1981 โดยสอนว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระเมสซิยาห์เท็จและ พระคริสต์ที่แท้จริงเป็นผู้ก่อตั้ง Cho Hee-Seung“ ผู้ชนะคริสต์”)

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินข่าว เหตุเรือเซวอลจม ในปี 2014 ทำให้มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และทุกคนคิดว่าแผนการร้ายนี้เป็นพิธีกรรมของลัทธิโดยใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นเครื่องบูชายัน เพราะว่าเหตุเรือเซวอลจม เป็นตัวแทนของการก้าวข้ามโลก ซึ่งนั่นสอดคล้องกับหลักการสอนของ “Victory Altar” และยังมีข่าวลืออีกว่าวันก่อน ที่จะเกิดโศกนาฏกรรม กัปตันและลูกเรือได้ถูกล้างสมองและเข้าร่วมกับนิกาย“Victory Altar” เพียงเพื่อ “พิธีบูชายัน” กับประธานาธิบดี พัก กึน-ฮเย ในตอนนั้น

อดีตประธานาธิบดี พัก กึน-ฮเย เพิกเฉยและไม่แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนไม่พอใจ กับการกระทำเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งการขัดขวางการช่วยเหลือพลเรือนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องไม่ให้ฆ่าตัวตายหลัง จากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่คำนึงถึงความจริง เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสาธารณ รัฐเกาหลี สังเวยชีวิตไปทั้งหมด 304 คน ต่อมาเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง Birthday โดยสร้างจากมุมมองของครอบครัวที่ต้องสังเวยชีวิตสมาชิกในครอบครัวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้กำกับ lee jong-eon ยัง กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “ฉันหวังว่าจะใช้ภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อปลอบประโลมจิตใจของผู้คนที่ต้องสูญเสียสมาชิกใน ครอบครัว”(แค่ดูตัวอย่างก็ทำให้แอดมินน้ำตาไหลแล้ว)

3.Manmin Central Church(คริสตจักรคริสเตียนโปรเตสแตนต์ก่อตั้งขึ้นในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ในปี 1982)

ในช่วงต้นเดือนเมษายนมีผู้คนหลายสิบคนจาก Manmin Central Church ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด19 ลี แจร็อค ผู้ก่อตั้งคริสจักรถูกผู้เชื่อหญิงสาว 3 คนออกมากล่าวหาว่าถูก ลี แจร็อค ล่วงละเมิดทางเพศและยังมีผู้หญิง อีก 8 คนได้ยื่นฟ้องคดีอาญาโดยกล่าวหาว่า ลี แจร็อค ได้ข่มขืนพวกเธอมาเป็นเวลานานหลายสิบครั้ง ผู้พิพากษาเชื่อ ว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็น “เพราะจำเลยมีอำนาจทางศาสนาอย่างแท้จริงจึงไม่สามารถขัดขืนได้” ยิ่งไปกว่านั้นมีเหยื่อรายหนึ่ง บอกว่า ลี แจร็อค ได้โทรศัพท์มาชวนเธอเป็นการส่วนตัวโดยพูดว่า”ถ้าฉันเชื่อและรักเขา ฉันสามารถไปสวรรค์ที่ดีกว่า คนทั่วไป” ยังกล่าวต่ออีกว่า “ฉันไม่สามารถต่อต้านและคัดค้านเขาได้ ตำแหน่งของเขายิ่งกว่ากษัตริย์ เขาคือพระเจ้า”

ลี แจร็อค อ้างว่าตัวเองเป็น “อาจารย์การฟื้นฟูระดับโลก” เขาสามารถ “จุดไฟแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ” และยังสามารถ รักษา”ทุกโรคบนโลกนี้” ได้ (สิ่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคำพูดของลัทธิบูชา)ผู้เชื่อบางคนถึงกับเชื่อว่า ลี แจร็อค นั้นเป็น พระเจ้าจริงๆ ความเชื่อแบบผิดๆนี้ทำให้แอดมินรู้สึกนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง สวาหะ: ศรัทธามืด เนื่องจากหลักคำสอนแตกต่าง กับศาสนาคริสต์ทั่วไปอย่างมาก ทำให้ศาสนาคริสต์ทั่วไปถือว่านิกายนี้เป็นลัทธิบูชามาโดยตลอด และเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2018 ลี แจร็อค ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 15 ปี

4. The Five Oceans

แฟนๆที่เคยดูเรื่อง สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา คงต้องคุ้นเคยกับ………ที่ตำรวจได้พูดถึงบ่อยๆ ที่มาของศาสนา……คือคำพูด ของผู้นำ ผู่ซ่วนจือ ที่เคยประกาศต่อสาธารณะว่า “ฉันเป็นคนที่ครอบงำ…… และอนาคตฉันก็จะเป็นผู้ครอบครองโลกมนุษย์” เธอใช้สโลแกนนี้เพื่อรวบรวมผู้ศรัทธาเพื่อขยายอำนาจของเธอ เพื่อสนับสนุนวันโลกาวินาศและประกาศความเชื่อทาง ศาสนาอย่างต่อเนื่องว่าโลกจะพินาศในอีกไม่ช้า และเราจะได้พบกับพระเจ้า

“ในวันที่ 29 สิงหาคม 1987 เพดานที่มีศพของสมาชิกใน………32 คนได้กล่มลงมา และพนักงานของ…….บังเอิญผ่านไปเห็น มีข่าวลือของสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่า ผู้นำศาสนา ผู่ซ่วนจือ ได้ยืมเงินจากสมาชิกผู้ศรัทธา ต่อมาเขาทนกับการ ทวงหนี้จากผู้ศรัทธาไม่ไหวจึงได้ฆ่าผู้ศรัทธาไป 3 คน และถูกฝังรวมกันกับผู้เชื่อที่เหลืออีก 29 คน และสร้างสถานการณ์ ให้เหมือนกับการฆ่าตัวตาย ในเวลาเดียวกันมีการพบบันทึกเล็ก ๆ ที่เขียนโดยผู้ตาย “ฉันเจ็บปวดมาก” “ประสบการณ์นรก ในความฝัน” แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่พฤติกรรมที่โหดร้ายนี้ทำให้แอดมินนึกถึงฉาก คนตายในโบสถ์ของละครเกาหลีเรื่อง Children of a Lesser God

5.Daesun Jinrihoe(ศาสนาใหม่ของเกาหลีก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายนปี 1969 โดย Park Han-gyeong ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Park Wudang Daesoon)

เชื่อว่าแฟนๆที่เดินทางไปเกาหลีบ่อยๆคงเคยได้ยินการเผยแพร่ศาสนาตามท้องถนนที่โด่งดังในเกาหลีมาบ้างแล้ว? และมิชชันนารีจำนวนมากก็มาจาก Daesun Jinrihoe ซึ่งเป็นศาสนาใหม่ในเกาหลีใต้ พวกเขาทำงานเป็นกลุ่มโดยหนึ่งกลุ่ม มีสองคน โดยมีมีสไตล์การจับคู่ที่แตกต่างกัน สวมเสื้อผ้าสีเข้มและกระเป๋าสะพายข้าง สิ่งที่แย่ที่สุดคือพวกเขาเลือกที่จะ “ลงมือกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ” จะหลอกให้พวกเขากรอกแบบทดสอบทางจิตวิทยาหรือแกล้งปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐเป็นต้น การแพร่กระจายของความอื้อฉาวเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จของพวกเขา Daesun Jinrihoe มักจะมีวิธีฉ้อโกง ใหม่ๆออกมาตลอด(เป็นกลุ่มที่ฉ้อโกงที่มีความสร้างสรรค์อย่างมาก) ถ้าหากคุณไม่มีไหวพริบคุณก็จะตกหลุมพราง และถูกนำตัวไปที่โบสถ์ของพวกเขาและเรียกเก็บเงินในราคาสูงเพื่อช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้าย

Daesun Jinrihoe ใช้ประโยชน์จากเวลาที่ผู้คนอ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ และใช้ศาสนาเพื่อแก้ไขและเสนอ ทางออกให้บุคคลนั้น ตัวอย่างเช่น จำเป็นต้องบริจาคเงินให้กับพวกเขา ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ หรือเพียงแค่ล่อ เหยื่อให้ไปสำนักงานของพวกเขาเพื่อทำการบูชายัน หลังจากนั้นก็จะถูกบังคับให้จ่ายเงิน(จำนวนเงินขึ้นอยู่กับอายุ) ชาวเน็ตหลายคนได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางไปเกาหลีของพวกเขาว่า ตอนที่เดินอยู่บนท้องถนนในเกาหลี ได้พบกับมิชชันนารีสองคนพยายามที่จะล่อลวงตัวเองให้ไป”สัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี”และยังถูกขอให้สวมชุดฮันบกสีขาว และน้ำเงินอีกด้วย พฤติกรรมแปลกๆยังสร้างความระคายเคืองจากก้นบึ้งของหัวใจ(ตัวสั่น) แอดมินขอแนะนำคนที่ไปเที่ยว เกาหลีคนเดียวว่า อย่าไปพูดคุยกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด และไม่ต้องสนใจหรือหยุดฟังในสิ่งที่คนแปลกหน้าพูด

ไม่เพียงแค่ซีรีส์ข้างต้นที่แอดมินแนะนำ ยังมีละครและภาพยนตร์เกาหลีอีกหลายเรื่องที่มักจะเกี่ยวกับพวกลัทธิบูชาเหล่านี้ ทุกครั้งที่แอดมินเห็นผู้คนที่อ่อนแอถูกทำร้ายจากสิ่งชั่วร้ายพวกนี้ทีไร แอดมินรู้สึกไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ถูก (แม้ว่าจะเป็นหนังก็เถอะ)

หมายเหตุ : วิดีโอและรูปภาพเป็นลิขสิทธิ์ของ YouTube แอดมินไม่ได้เป็นผู้อัปโหลด ถ้าหากวิดีโอถูกลบแล้ว โปรดอภัยให้แอดมินด้วยนะ <3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *