แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการฉายซ้ำแบบคลาสสิก Remaster เผยให้เห็นอีกด้านหนังของภาพยนตร์ดิจิตอล

วินาทีที่ใจเต้น
สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แค่ไหนแต่ไหรเราไม่เคยรู้เลยว่าาการซ่อมแซมภาพยนตร์แบบดิจิทัลนั้นยากมากขนาดไหน ~

สำหรับมนุษย์ยุคใหม่แม้แต่โทรศัพท์มือถือ ก็สามารถที่ใช้ถ่ายภาพยนตร์ก็เป็นที่รู้จักรกันในสังคม

ภาพยนตร์ , เทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน ฟิล์ม, ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิ 18-22 องศาและมีความชื้น 55 องศา สามารถอยู่ได้นาน 6 ถึง 70 ปี เลยน้า ที่ประเทศไต้หวันนั้นมีบุคคลหนึ่งกลุ่ม ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในคลังภาพยนตร์ของ “Singapore Industrial Park” ซึ่งมีภาพยนตร์มากกว่า 17,000 เรื่องที่เต็มไปด้วยสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ได้กายมาเป็นอาหารที่เสริมคุรค่าทางจิตวิญญาณต่อพวกเขา และช่วงเวลาของห้องสมุดภาพยนตร์ พวกนี้คือ ภาพยนตร์ฟิมลืคลาสสิคของชีวิตประจำวันที่ที่ถูกนำกลับมามาสร้างใหม่

—- ข้างล่างมีรายละเอียดภาพยนตร์ มาอ่านและทำความเข้าใจกันเถอะ —-

ภาพยนตร์มี 24 เฟรมต่อวินาทีข้อมูลจำเพาะของฟิล์มที่ใช้ทั่วไปคือ 8 มม. 16 มม. 35 มม. 70 มม. เมื่อผู้กำกับบางคนพบกับเทคนิคพิเศษ และยังใช้ฟิมล์ม้วนพิเศษ และนอกจากนี้ผู้กำกับ Lu Yuanqi ล่าวว่าจริงๆแล้วสารคดีเน้นไปที่งานด้านการฟื้นฟูภาพยนตร์ แต่พอถ่ายไปถ่ายมาก็ค้นพบว่า สำหรับภาพยนตร์นั้นมีการสะสมภาพยนตร์หลายๆเรื่อง รวมไปถึงสื่อดิจิตอล ของพนักงานที่ที่ผลิตภาพยนตร์ ในการค้นหาและตรวจสอบที่ยาวนาน ในขั้นตอนการตัดแต่งและการแก้ไข ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กฎของการซ้ำตัวเลข สำเนาตัวเลข ความยาวของฟิมล์และ จำนวนเฟรม ผ่านลายละเอียดพวกนี้ ผมจึงตัดสินใจโฟกัสไปที่ (คนที่อยู่เบื้องหลังของภาพยนตร์ ) เรื่องราวยังคงพูดถึงการฟื้นฟูระบบดิจิทัล แต่ผ่านกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับภาพยนตร์มากรวมไปถึงฟิมล์ม้วนมากที่สุด สำหรับภาพยนตร์ที่ใช่ฟิมล์ทำนั้น จำทำให้มันกลับมาโด่งดังอีกครั้งได้หรือไม่ แม้กระทั่งได้รับความสนใจใหม่ ๆ หรือสามารถนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ ได้ และรู้สึกประทับใจกับภาพยนตรืฟิมล์ที่พัฒนาไปอีกครั้ง

แต่ว่า ในขณะเดียวกัน สำหรับงานนี้นั้นมันเหงามากน่ะเมื่อคิดถึงมัน เมื่อใดก็ตามที่คนอื่นได้ยินว่าคนเหล่านี้ทำงานในศูนย์ภาพยนตร์แห่งชาติพวกเขาจะคิดว่างานของพวกเขามีสีสันและมีเสน่ห์พวกเขาอาจดูภาพยนตร์ทุกวัน แต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่างานของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมเท่านั้น แต่บ่อยครั้งจนกว่าการบูรณะจะแล้วเสร็จ ในช่วงเวลาที่พวกเขาขึ้นจอใหญ่พวกเขารู้จริงๆว่าภาพยนตร์ที่มาพร้อมกับพวกเขาในช่วงสามเดือนและหกเดือนที่ผ่านมามีลักษณะอย่างไร แม้ว่าจะยังมีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ใน National Film Center แต่ทุกคนในที่ทำงานมักจะหมกมุ่นอยู่กับงานของตนท้ายที่สุดเวลามี จำกัด เมื่อแข่งกับเวลาจะประหยัดได้กี่คน แน่นอนว่าสถานการณ์ของภาพยนตร์แต่ละเรื่องนั้นแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม “Raining in the Mountain” ของผู้กำกับศิลปะการต่อสู้ Hu Jinquan นำเสนอใน (คนที่อยู่เบื้องหลังของภาพยนตร์ ) เป็นงานที่ผู้เรียกคืนใช้เวลาหนึ่งเดือนในการกู้คืนสิบนาทีเท่านั้นและศูนย์ภาพยนตร์แห่งชาติมีผู้กู้คืนเพียงสองหลักเท่านั้น “Raining in the Mountain” เป็นภาพยนตร์ฟื้นฟูกุญแจสำคัญของศูนย์ภาพยนตร์แห่งชาติในปี พ.ศ. 2561 ได้รับการฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโกลเด้นฮอร์สในฐานะผลงานอายุ 40 ปีการฟื้นฟูจุดสกปรกไม่เพียง แต่เป็นเรื่องยาก ด้วยความร่วมมือกับหอจดหมายเหตุภาพยนตร์ของเกาหลีใต้และฮ่องกงจึงรวมตัวกันเป็นผลงานชิ้นเอกที่ผู้ชมได้เห็นบนจอขนาดใหญ่ในที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์มันเป็นงานที่เงียบเหงามากจริงๆน่ะ

สำรับสารคดีRemaster ไม่ใช่ว่าเราต้องการ “เปลี่ยน” ภาพยนตร์เก่าให้กลายเป็นงานประณีตแบบเดียวกับที่กำลังถ่ายทำอยู่ตอนนี้โฟกัสอยู่ที่ (การสร้างซ้ำอีกครั้ง) เทคโนโลยีการถ่ายทำและ พื้นหลังของวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้แม้ว่าการถ่ายทำนั้นจะมีการปรับแสงในการถ่ายทำ และซาวดืเสียง ผลงานภาพยนตร์ชิ้นสุดท้ายนั้นยังคงรักษาไว้ซึ้งคุณภาพในแบบสไตล์ “antique” เสียงซาวด์นั้นยังคงมีอยู่ จริงๆ แล้ว งานฟื้นฟูภาพยนตร์เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเภทหนึ่งนอกเหนือจากการดูแลผลงานสร้างสรรค์ของผู้สร้างอย่างเหมาะสมแล้วยังมีการบันทึกการพัฒนาเทคโนโลยีภาพยนตร์และเทคโนโลยีในพื้นหลังของเวลาและอวกาศอีกด้วย เช่นเดียวกับดนตรีแจ๊สสมัยใหม่จะใช้เวลา 10 นาทีในทุกรอบ แต่ในช่วงแรก ๆ ดนตรีแจ๊สนั้นกินเวลาไปกว่า 3 นาที แต่กลับไม่ใช่ เพลงที่มีกระแสหรือเพลงป็อบ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆนั้นขึ้นอยู่กับความเคยชินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากเทคโนโลยีการบันทึกในอดีตไม่ดีนักเพลงที่ยาวเกินไปจึงไม่สามารถบันทึกได้นั้นเอง

ในสารคดี Remaster นั้น รับชมไปเลื่อยๆคุณอาจจะได้ยินคำว่า (เศร้ามาก) (มีความเศร้า) นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *