แอนเดอร์ เฉียง

ต่อมาคือ (ความตั้งใจแรก ) ของ มิชิลิน ปรัชญา 8 มุมมองของ พ่อครัว แอนเดอร์ เจียง

วินาทีที่ใจเต้น
ดูภาพยนตร์ทั้งหมดนั้น อยากไปร้านอาหารของเขาจริงๆ ~ และก็อยากไปเดินตลาดกลางคือซื้อของกินด้วยน้า

ในปี 2017 ร้านอาหารมิชลินสตาร์สองดาว “ Restaurant ANDRÉ อยู่ในอันดับที่ 14 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของโลกใน Sanpellegrino S.p.A. อันดับ 2 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย และได้รับรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศสิงค์โปร เชฟใหญ่คือ Jiang Zhencheng ประกาศอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะปิดกิจการในปีหน้า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียง แต่สร้างความประหลาดใจให้กับภรรยาและพนักงานของเขาเท่านั้น และนอกจากนั้นยังสร้างความประหลาดใจให้กับวงการอาหาร แต่ว่า สำหรับเขาแล้ว มันดหมือนกับการตัดสินใจกลับไป(ในครั้งแรก) เดิมทีผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี Huang Chenghan ต้องการทำความเข้าใจว่าเชฟชาวไต้หวันไปเรียนที่ฝรั่งเศสอย่างไรหลังจากที่เขามาตั้งรกรากในสิงคโปร์ในที่สุดเขาไม่เพียงเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารของสิงคโปร์เท่านั้น แต่ยังทำให้โลกได้เห็นและรู้จักรในวัฒนธรรมสิงคโปร์ด้วย อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องไม่คาดคิดที่เชฟประกาศว่าร้านอาหารกำลังจะปิดกิจการ และนี้เหมือนกับเหตุผอดพลาดโดยบังเอิญ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นได้กล่าวถึงการทำธรุกิจของ Jiang Zhencheng รวมไปถึง สารคดีชีวิตและปรัชญาชีวิตของเขา

RAW相關新聞-第1頁| RAW餐廳相關新聞| ETtoday新聞雲

Jiang Zhencheng เชฟชื่อดังคืนดาวมิชลินสองดวงและประกาศต่อสาธารณะว่าเขาจะกลับไปยังบ้านเกิดที่เขาจากไปนานถึงสามสิบปี

อาชีพของพ่อครัว Jiang Zhencheng เริ่มจากฐาน่ะที่ต่ำสุดภายในห้องครัว ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นพ่อครัวร้านอาหารด้วยความเร็วที่น่าทึ่งมากๆ ทีมงานของภาพยนตร์ติดตาม Jiang Zhencheng ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ร้านอาหารจะปิดอย่างเป็นทางการเปลี่ยนการเดินทางทางจิตของเขาให้เป็นภาพและวิเคราะห์องค์ประกอบของความรักในชีวิตของเขาอย่างลึกซึ้ง เรื่องราวของ Jiang Zhencheng นั้นมีอารมณ์และไม่เหมือนใคร และตอนนี้เขากำลังเตรียมตัวเริ่มแพลนครั้นต่อไปในเสต็บชีวิตของเขา

—- ข้างล่างมีรายละเอียดภาพยนตร์ มาอ่านและทำความเข้าใจกันเถอะ —-

ตอนที่เรายังเป็นเด็ก ความสุขคือสิ่งที่เรียบง่าย ; แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา สิ่งที่เรียบง่ายนั้นคือความสุข

ในตอนท้ายของสารคดี Jiang Zhencheng กล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาไปออสเตรเลียในตอนนั้นเขาได้เซ็นหนังสือ มีเด็กผู้ชายอายุ 12 ปี พูดกับเขาว่า อยากเป็นเชฟมิชลินเหมือนเขาในอนาคต Jiang Zhencheng ได้ตอบเด็กผู้ชายคนนั้นว่า ( ไม่หรอกน่ะ เป็นเชฟที่มีความสุขในการทำอาหารก็โอเคแล้ว สำหรับเขาแล้วความลับของเชฟ Jiang Zhencheng (ความตั้งใจแรก) จำไว้เสมอว่าทำไมคุณถึงปรุงอาหารไม่ว่าจะเพื่อดาวมิชลินหรือเพื่อความสุข ในทุกๆสัปดาห์เขาจะไปที่ร้านตัดผม เพื่อที่จะคัดผมทรงเดิม ในสารคดี Jiang Zhencheng ยิ้มและบอกกับป้าช่างตัดผมของเขาว่า : ไม่ต้องตื่นเต้น ทรงผมของเขานั้นตัดง่ายนิดเดียว เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าทรงพลัง ครั้งหนึ่งเคยเป็นนายแบบของ Kevor ได้พูดและมองไปที่ทรงผมของตัวเอง Jiang Zhencheng กล่าวว่า: “ฉันพยายามทำให้ชีวิตเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่ฉันจะได้มุ่งเน้นไปที่สิ่งสำคัญนั่นคือร้านอาหารของฉัน” เช่นเดียวกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และ สตีฟ จอบส์ ทุกวันส่วมใส เสื้อเชิ้ต ธรรมดา ๆ พวกเขาไม่ต้องการพึ่งพาความซับซ้อน ชีวิตที่หรูหราถูกประดับประดาด้วยความเรียบง่าย พวกเขาต้องการความเรียบง่ายในชีวิต และใส่ใจกับงานที่พร้อมกับให้ความสัมพันธ์กับงานเท่านั้นเอง

(รสชาติของความทรงจำนั้น ที่อาจจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยรสชาติของความทรงจำ)

ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเจียงเจิ้นเฉิงถึงอยากกลับไต้หวันเพื่อทุ่มเททำงานหนักอีกครั้ง คือสิ่งที่กระตุ้นความอยากเป็นเชฟของเจียงเจิ้นเฉิงและกลับมาที่ไต้หวันอีกครั้ง คือ (อาหารรสมือแม่ ) เขาเกิดมา และเติบโตที่ ตลาดกลางคืนซื่อหลิน สำหรับ เจียงเจิ้นเฉิง นั้น ของกินเล่นนานาชนิดที่รวมไว้ในตลาดตอนกลางคืน มันเป็นความทรงจำและจินตนาการแรกในการทำอาหารของเขา ในฐานะเชฟมิชลิน แผงของกินตามริมถนนนั้นยังคงกินอย่าง เอร็ดอร่อย ภรรยาของเขามักจะพูดว่า (จะมาเดินกินอาหารตามใจชอบได้อย่างไร เดียวคนอื่นก็มองเห็นหรอก) แต่เจียงเจิ้นเฉิงนั้นคิดว่า ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย สุดท้ายก็คือ “คนหนึ่งปรุงหรือทำอาหารให้อีกคน” มันเป็นสิ่งที่โรแมนติกและเป็นกันเองมาก เขาได้แบ่งปันถึงช่วงเวลานั้น ได้เพลิดพลินกับอาหารที่เชฟนั้นเตรียมวัตถุดิบให้กับคนอื่น สำหรับ เจียงเจิ้นเฉิงนั้น พ่อครัวในตลาดกลางคืนนั้นเก่งมากๆ ถ้าหากอยากประสบความสำเร็จในตลาดกลางคืน นั้นต้องมี องค์ประกอบในการปรุงอาหารมี 4 ประการคือ 1. ความสะดวกแขกสามารถนำมารับประทานได้ 2. ราคาถูก: ของว่างแพงเกินไปไม่มีใครอยากซื้อ 3. การผลิตหรือการปรุงอาหารที่ลวดเร็ว 4. วัตถุดิบสามารถหาซื้อได้ตลอดเวลา: ตลาดกลางคืนมีแผงขายของตลอดทั้งปี หากคุณใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลมากเกินไปคุณต้องพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ซึ้งแน่นอนว่าอาจจะสร้างความลำบากได้นั้นเอง

“ปรัชญาแปดมุมมองของเขาคือ : เกลือ คุณภาพ ความจำ ความบริสุทธิ์ ประเพณีนิยม กฎหมาย งานฝีมือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จริงๆแล้ว (ความจำ) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปรัชญาแปดมุมมองของ เจียงเจิ้นเฉิง ความพิเศษของสารคดี (ความตั้งใจแรก) คือภาพยนตร์ทั้งเรื่องแบ่งออกเป็นแปดบท เช่นเดียวกับปรัชญาแปดมุมมองของเขาในขณะเดียวกันก็จะได้รู้จักรถึงมุมมองอาหารทั้ง 8 อย่างของเขา นอกจากแต่ละคนจะแสดงลักษณะของตัวเองแล้วยังรวมองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วย สำหรับ เจียงเจิ้นเฉิง นั้น การรวมองค์ประกอบทั้งแปดนี้เข้าด้วยกันอาหารจะสมบูรณ์แบบ แต่ว่า เขาได้กล่าวเสริมว่า “ เมื่ออาหารในเมนูสมบูรณ์แบบนั่นคือเวลาที่ฉันควรลบมันออกจากเมนู” นี้ไม่ได้หมายความว่า เจียงเจิ้นเฉิง เชื่อว่าความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีทางที่จะบรรลุเป้าหมาย แต่เขาต้องจดจำเป้าหมายและความสมบูรณ์แบบของตัวเองอยู่เสมอ อะไรคือความสมบูรณ์แบบของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อที่จะพยายามให้เป้าหมายของตัวเองอย่างเดียว นี่คือเหตุผลที่ ว่าทำไหมในสายตาของคนอื่นนั้นเขาเป็นคนคนหนึ่งที่ โอเคเลย (“มิชลินสามดาว” ) และทุกครั้งที่้เขาพยายาม เขาไม่ลังเลที่จะยอมแพ้อย่างเด็ดขาด หลายปีก่อน เจียงเจิ้นเฉิง คาดหวังว่าเขาจะไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต และเขาก็ไปถึงมันจริงๆ ด้วยชีวิตที่วุ้นวายตลอดของเขา ทำให้ เจียงเจิ้นเฉิง นั้นรู้สึกไม่มีความสุขอีกต่อไป ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบอีกครั้งนั้นเอง

“ การได้เห็นต้นมะกอกออลิฟ ก็เหมือนกับการได้เจอเพื่อนคนเดียวของคุณ”

จากไต้หวันไปฝรั่งเศส เจียงเจิ้นเฉิงนั้นพยายามและเริ่มต้นด้วยตัวเขาเอง พอถึงที่ประเทสฝรั่งเศษ ทุดๆที่ในฝรั่งเศษนั้นล้วนเห็น ต้นมะกอกออลิฟ สำหรับเขาแล้วฝรั่งเศสเป็นบ้านหลังที่สองของ ดังนั้น ก่อนที่เขาจะไปสิงค์โปรนั้น เขาได้นำต้นมะกอกออลิฟไปด้วย ปลูกหน้าร้านอาหาร ต้นมะกอกเติบโตในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อนำมันมาปลูกที่สิงค์โปรนั้นมันต้องปรับตัวกับสภาพอากาศน้ำและอุณหภูมิ เหมือนกับชีวิตของเจียงเจิ้นเฉิง ที่ต้อง ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาหนทางของตัวเอง สำหรับสมุดต้นมากอกออลิฟนั้น ประเทศตะวันตกถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ นอกจากนี้ ในพระคัมภีร์ ยังเป็นสัญญาณของการฟื้นอีกด้วย สำหรับเขาการทิ้งต้นมะกอกออลีฟที่สิงค์โปรที่ได้อยู่กับเขามา 7 ปีนั้น ยังถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ ชื่อภาษาอังกฤษของภาพยนตร์คือ “André & His Olive Tree” ซึ่งหมายถึงต้นมะกอกออลิฟที่มาจากฝรั่งเศษ มันทำให้เจียงเจิ้นเฉิงนึกถึงความตั้งใจเดิมในการทำอาหารอยู่เสมอและในขณะเดียวกันก็ให้กำลังใจเขาและให้พลังที่จะก้าวต่อไปอีกด้วยน้า

“จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่การรู้จักรการปล่อยวาง “

เจียงเจิ้นเฉิงนั้นรู่สึกว่าตัวเองเป็นพวกลัทธิบ้าความสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งในจุดที่เขา “ทำได้ยาก” แต่ว่าพนักงานก้ได้กล่าวว่า (ถ้าไม่ยากจะเรียกมันว่าความสำเร็จได้อย่างไร ) ฉันค่อนข้างมั่นใจในรูปแบบการบริหารของเขา เจียงเจิ้นเฉิง กล่าวว่า (ความตั้งใจแรกนั้น ) ทุกครั้งที่คู่รักเข้ามาในร้านอาหารของเขาหรือมีลูกค้าประจำกลุ่มหนึ่งมาที่ร้านอาหารในวันวาเลนไทน์ เขาก็จะเดินเข้าในร้านอย่างในห้องครัวอย่างใจร้อน แล้วพูดกับทุกคนว่า “วันนี้ฉันต้องการเปลี่ยนเมนู”, ในเวลานั้นทั้งครัวก็เงียบลง แต่เจียงเจิ้นเฉิง ออกคำสั่งและเปลี่ยนเมนู
ทุกคนเริ่มขยับอีกครั้ง เขาอธิบายว่าเป็นเกียร์ตามเข็มนาฬิกาที่หยุดกะทันหัน มันเริ่มหมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่ทุกอย่างก็ราบรื่น หลังจากวันนั้น เจียงเจิ้นเฉิง รู้ว่าเขามีทีมที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง เจียงเจิ้นเฉิงเชื่อว่าการรับประทานอาหารในร้านอาหารเป็นประสบการณ์ที่ครอบคลุมไม่ใช่แค่การชิมอาหาร แต่ยังชื่นชมการสร้างสรรค์งานศิลปะของเชฟและเพลิดเพลินกับบริการด้วยดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับการจัดการร้านอาหารตั้งแต่สัดส่วนของจานไปจนถึงการจัดวางโต๊ะเก้าอี้และผ้าเช็ดปาก ผมสามารถบอกได้. บางคนอาจคิดว่ามันไม่จำเป็น แต่สำหรับ เจียงเจิ้นเฉิง ตราบใดที่ลูกค้าแจ้งให้ทราบ มันคุ้มค่า. และเขาเต็มใจที่จะละทิ้งความพยายามทั้งหมดของเขาจากนั้นเขาก็บรรลุความสมบูรณ์แบบ

ในปัจจุบันนี้ เจียงเจิ้นเฉิงได้กลับไปที่ไต้หวัน ร้านอาหารสุดสร้างสรรค์ “RAW” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบตามฤดูกาลจากไต้หวันเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ยากที่สุดในไต้หวันและยังได้รับดาวมิชลินสองดวงในปี 2019 ปัจจุบันนี้ของเขา มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดวิชาสู่วัยรุ่นไต้หวันที่สนใจจะเรียนเชฟ หลังจากผ่านไป 30 ปีในอาชีพเชฟที่เผชิญหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างโชกโชน ในที่สุดก็พบ ความมุ่งหมั่นตั้งใจแรกของเขา การเดินทางของเจียงเจิ้นเฉิง ยังไม่สิ้นสุด และเขายังคงเขียนเรื่องร่วของเขาต่อไปเลื่อย ๆ แล้วทุกคนที่เคยไปร้านอาหารของเขานั้น สัมผัสได้ถึงความตั้งใจแรกของเขารึเปล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *