Your Name Engraved Herein

ความรักของวัยรุ่นในยุคต้องห้าม Your Name Engraved Herein

“ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้น”
ความรักครั้งแรกนั้นยิ่งใหญ่ ไม่ว่าคุณจะรักผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม

เมื่อปีที่แล้วไต้หวันได้ออกกฎหมายใหม่สามารถให้จดทะเบียนสมรสกับเพศเดียวกันได้ ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เพศเดียวกัน
สามารถแต่งงานกันได้แบบอย่างถูกฏหมาย ชิ เชีย-เวย เกย์คนแรกของไต้หวันหลังจากที่มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
กว่า 30 ปี สุดท้ายก็ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการรักร่วมเพศ เขายังได้รับรางวัลเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุด100 อันดับแรก
ของนิตยสารไทม์ในปี 2020 ย้อนกลับไปในสมัยที่ไต้หวันเพิ่งจะยกเลิกกฎหมาย ในขณะที่กำลังจะได้รับเสรีภาพในการรักร่วมเพศ
แต่มีโรงเรียนคาทอลิกเอกชนแห่งหนึ่งในไถจงที่ยังไม่ยอมรับการรักร่วมเพศ ภาพยนตร์เรื่อง Your Name Engraved Herein ถ่ายทอด
เรื่องราวรักแรกพบที่ยิ่งใหญ่ไม่รู้ลืมของผู้กำกับที่ฝังอยู่ในใจเขา

เมื่อมีการยกเลิกกฏหมายในปี 1987 Zhang Jiahan (Ahan) นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 2 ได้พบกับ Birdy ครั้งแรกที่สระว่ายน้ำของโรงเรียน
ความรักที่ไม่อาจลบเลือนนี้ สามารถพูดออกจากปากได้เมื่อไหร่?

คุณคิดว่าโลกของเราเปลี่ยนไป แต่มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย!

“ แม้จะอยู่ในสังคมที่ค่อนข้างเปิดกว้างกับการรักร่วมเพศ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในตู้ด้วยความเจ็บปวด ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ยุคก่อนที่จะมีการยกเลิกกฏหมายในการรักร่วมเพศนี้เลย อย่างไรก็ตามสำหรับนักเรียนมัธยมปลายสองคนใหม่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ
ที่ต้องพิจารณา ทั้งความกดดันจากสายตาภายนอก การกลั่นแกล้งภายในโรงเรียน เนื่องจากเพศและอารมณ์ที่แตกต่างกันนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
“โรสบอย” Ye Yongyun เป็นตัวอย่างที่ดี กลุ่มเล็กๆที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง อาฮั่น อยู่สมาชิกในแก๊งรังเกียจพวกรักร่วมเพศมาก เมื่อเห็น
เพื่อนของเขาที่กำลังกลั่นแกล้งเกย์อยู่นั้น อาฮั่นที่กำลังสับสนในเรื่องเพศของตนเลือกที่จะไม่เข้าไปกลั่นแกล้งเกย์รุ่นน้องคนนั้น เพราะ
ลึกๆแล้วก็กลัวว่าตัวเองจะโดกลั่นแกล้งแบบนั้นเหมือนกัน Birdyที่เต็มไปด้วยความเป็นชาย แต่ก็ตกเป็นเป้าหมายอาฮั่น นอกจากจะ
เตือนอาฮันให้อยู่ห่าง ๆ “คาแฟ”แต่ก็ยังคอยสร้างสีสันให้กับเขาด้วย Birdyที่ตลกและเป็นคนพิเรนๆ ถูกเพื่อนๆบังคับให้โดดลง
มาชั้นล่างเหมือนนกกางปีกบิน แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาแค่กระโดดเข้าไปห้องที่สาวๆทำกิจกรรม แต่ทั้งคู่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนรักร่วมเพศ
ต้องป้องกันตัวเองให้ดีไม่เช่นนั้นการบาดเจ็บจะมากกว่าแค่รอยขีดข่วนบนฝ่ามือ

Profiter du moment(ช่วงเวลานี้)

ōu shénfù หัวหน้าวงดนตรีของพวกเขาได้พูดภาษาฝรั่งประโยคนี้กับพวกเขา นอกจากจะบอกว่าเยาวชนเป็นสิ่งที่สวยงามแล้ว
ยังต้องกล้าที่จะตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ในขณะเดียวกันก็สวนทางกับการห้ามออกเดทของโรงเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนสัมผัส
กับความสุขของความรัก ถูกต้อง Your Name Engraved Herein เป็นภาพยนตร์ที่อธิบายถึงรักแรกพบมันเหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง
เธอคือสุดที่รักของฉัน รักร่วมเพศก็ไม่ต่างอะไรจากความรักชายหญิงทั่วไปหรอก พูดถึงเรื่องราวของ Ban Ban ความรักครั้งนี้ไม่เพียงแต่
ทำให้เธอต้องออกจากโรงเรียน ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาได้แต่งงานกับคนพิเรนอย่างเบอร์ดี้ แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็อย่ากัน เพราะไม่ว่าเธอจะพยายาม
แค่ไหนก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง(การรักร่วมเพศ)เบอร์ดี้ได้ คุณพระ ช่างอนาถ! ! รักครั้งแรกของทุกคนนั้นยิ่งใหญ่ หลายปีต่อมาอาฮั่นได้โทร
มาBan Ban จึงยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อเทียบกันทั้งคู่แล้ว อาฮั่น จะเป็นคนขี้อาย ส่วนเบอร์ดี้จะเป็นคนลุยๆชอบผจญภัย เบอร์ดี้เป็นคนที่ยั่วยุอาฮั่นอยู่ตลอดเวลา
แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญคนที่อยู่กับอาฮั่นก็เป็นเขาอีกเหมือนกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆปรับตัวเข้าหากันจนได้
คำสารภาพรักที่ใกล้เคียงที่สุดของเบอร์ดี้คือคำพูดที่ว่า ยังไงแล้วเราทั้งคู่ก็ไม่สามารถให้กำเนิดได้ ลูกโป่งที่ดูเหมือนจะมอบให้กับบันบัน
นั้นมีเพียงอาฮันเท่านั้นที่เข้าใจ อดีตดูเหมือนจะยอมรับในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรและไม่มีคำมั่นสัญญาใดๆ
แต่ภายใต้ของการพูดคุยเรื่องการคลอดบุตรของสามีภรรยาประโยคนี้ช่างไพเราะอย่างไม่น่าเชื่อ
ในสายตาของครูและนักเรียนในโรงเรียนและแม้แต่ในชั้นเรียนอาจเป็นเพียงการเล่นตลก แต่ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเข้าใจว่า “ราตรีสวัสดิ์”
หมายถึงอะไร อย่างน้อยๆอาฮั่นเข้าใจก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

Your Name Engraved Herein – 刻在你心底的名字 (2020) – Psycho Milk

“ภาพยนตร์มหากาพย์ไม่จำเป็นต้องมีตอนจบที่ดี แต่แค่ต้องเป็นส่วนที่ประทับใจไม่รู้ลืมและคงอยู่ตลอดไป อาฮั่นทำงานอย่างหนักเพื่อฝึกฝน
“Profiter du moment” ที่หัวหน้าวงดรตรีเล่าให้ฟัง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลายเป็นคนอื่น อาฮั่นที่เจ็บปวดใจคิดว่าหัวหน้าวงดนตรีนั้นไม่เข้า
ถึงความเจ็บปวดนี้ หัวหน้าวงดนตรีบอกเขาว่า “ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าคุณชอบเด็กผู้ชาย” การพูดที่ไม่ชัดเจนนี้ไม่ได้เป็นการดูหมิ่นคนรักร่วมเพศ
แต่ถ้าเกิดว่าเขารู้เร็วกว่านี้ว่าอาฮั่นชอบเพศเดียวกัน เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เรียนที่รักของเขาต้องสัมผัสกับความเจ็บปวดที่เขาเคยผ่านมา
ตัวเอง เขาที่ไม่สมหวังกับความรักในอดีต แต่ Birdy และ Ahan ถึงแม้จะลำบากแต่พวกเขาสามารถผ่านช่วงที่เลวร้ายมาด้วยกันได้
แต่ก็ยังประสบความสำเร็จในภาพยนตร์มหากาพย์ที่เป็นของทั้งคู่ “

คุณชอบผู้หญิงได้ แต่ฉันไม่สามารถชอบผู้ชายได้ คุณรักมากขึ้นแต่ฉันรักน้อยลงหรือไม่

ในเรื่องนอกจากตัวละครเอกแล้ว ยังมีอีก 2 คนที่เป็นคู่รักร่วมเพศ แต่คนที่น่าประทับใจที่สุดคือ Qi Jiawei ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการ
วิจัยประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ รู้ทั้งรู้ว่าภาพยนตร์ของตนเองถูกคัดค้าน แต่เขาก็ยังคงทำตามความฝันของเขาต่อ อาจจะเป็นเพราะความมุ่งมั่น
ที่ไม่ย่อท้อของเขา สามารถปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าหาญให้กับคนรักร่วมเพศในสังคม เพื่อนนอกโรงเรียนอีกคนซึ่งได้กันที่
Taipei 228 Memorial Park คืออาฮัน ซึ่งอาฮั่นสับสนเกี่ยวกับเรื่องเพศของเขา สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่ดีในการพบปะเพื่อนฝูงสำหรับ
คนรักร่วมเพศ เวลาผ่านไปสักพัก จู่ๆอาฮั่นก็ตะโกนลั่นว่า ฉันไม่เหมือนคุณ จากนั้นก็วิ่งออกไปด้วยความโกรธ เป็นเพราะว่าอาฮั่นยังสับสน
เรื่องเพศของตัวเองและรู้สึกขายหน้าจึงตะโกนไปอย่างนั้น แต่หากลองมาคิดดูอีกมุมหนึ่ง อาฮั่นอาจจะรักเบอร์ดี้คนเดียวก็เป็นได้ แต่คำพูดที่ว่า
ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉัน และอาจะเป็นการกล่าวหาเบอร์ดี้อีกด้วย เบอร์ดี้พูดว่า ถ้าสิ่งที่คุณให้ฉัน กับสิ่งที่คุณให้คนอื่นนั้นเหมือนกัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันไม่เอา นอกจากนี้เขายังแบ่งปันเพลงใหม่ที่เขาได้ยินเมื่อเร็ว ๆ นี้กับ Ban Ban ซึ่งทำให้ Ah Han ยิ่งรู้สึกแย่ “

REVIEW: Your Name Engraved Herein, a tearjerker about teenage sexual  identities

แม้ว่าโรงเรียนคาทอลิกเอกชนแห่งนี้จะต่อต้านคนรักร่วมเพศ แต่จริงๆแล้วในโรงเรียนก็อาจเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เบอร์ดี้และอาฮันซึ่งมีอารมณ์
ทางเพศไม่ชัดเจนใช้โรงเรียนชายล้วนเป็นกำแพงป้องกันตนเอง หลงอยู่ระหว่างความคลุมเครือของมิตรภาพและความรัก อาฮั่นที่เริ่มจะยอมรับ
เรื่องเพศของตัวเองได้ รวบรวมความกล้าแล้วไปถามรุ่นน้องเกย์ที่ถูกรังแกบ่อยๆว่า คุณเริ่มชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รุ่นน้องตอบว่า เขารู้ว่า
ชอบผู้ชายตั้งแต่เด็กแล้ว เมื่อเทียบกับเบอร์ดี้และอาฮั่นแล้ว รุ่นน้องคนนี้ถือว่ากล้าหาญกว่ามาก แต่ก็เคยถูกบังคับให้เข้าร่วมการต่อต้าน
คนรักร่วมเพศก่อนหน้านี้ด้วย และคนที่ทนเห็นความเจ็บปวดของอาฮั่นไม่ได้อย่างหัวหน้าวงดนตรีเขาต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งทางสังคม
และศาสนามาเป็นเวลานานหลายปี เหมือนตกนรกทั้งเป็น“ ไม่คาดคิดว่าฉันพลาดการปฏิวัติในบ้านเกิด แต่ฉันมาตามทันการปฏิวัติของคุณที่นี่”
บางทีนี่อาจเป็นเรื่องที่หัวหน้าวงดนตรีต้องเผชิญ และพระเจ้าให้โอกาสเขาอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงคุณไม่มีตกนรก

ตอนนั้นฉันรักคุณมากจริงๆ!

ความรู้สึกอัดอั้นระหว่างเบอร์ดี้และอาฮั่นถูกนำเสนอผ่าน “สัญลักษณ์แห่งสายน้ำ” ตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ที่เจอกันสระว่ายน้ำของโรงเรียน
ในตอนแรกไปจนถึงการจ้องตากันในใต้น้ำ เช่นเดียวกับคู่หนุ่มสาวใน Crescendo ที่กระโดดลงสระน้ำในท่ามกลางเสียงปาร์ตี้ จากนั้นน้ำก็
แบ่งพวกเขาออกจากปาร์ตี้เหมือนอยู่กันคนละโลก พวกเขาอยู่ใต้น้ำโดยไม่มีอะไรสามารถรบกวนพวกเขาได้ ฉากที่อาบน้ำนั้นมันเป็นครั้งแรก
ที่เบอร์ดี้เผชิญหน้ากับความรักที่มีต่ออาฮั่น แต่เขาพูดได้แค่คำว่าขอโทษ ขอโทษที่ฉันไม่สารภาพว่ารักคุณ ฉันขอโทษที่ไม่สามารถรักคุณ
ในที่สุดหลังจากที่ Birdy ยัด Ahan กลับเข้าไปในตู้ที่บ้านของ Ahan ทั้งสองก็ไปเที่ยวที่เผิงหูด้วยกัน สิ่งที่ทะเลนำมาสู่พวกเขาคืออิสระภาพ
อย่างน้อยในขณะนั้นพวกเขาสามารถเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องเสแสร้ง เมื่อตัดภาพมายุคปัจจุบัน แม้ว่าสังคมจะไม่ได้ยอมรับพวกเขา
อย่างเต็มที่ แต่อย่างน้อยอยู่ในแคนนาดาพวกเขาก็สามารถแสดงความรักต่อกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงคนอื่น

Your Name Engraved Herein (刻在你心底的名字, Liu Kuang-hui, 2020) – Windows on  Worlds

คุณไม่คิดว่าในภาพยนตร์สนุกกว่าชีวิตจริง?

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากชีวิตจริงในสมัยเรียนของผู้กำกับ ในฐานะผู้พิทักษ์และผู้มีคุณธรรม สร้างผลงานที่ให้ความเท่าเทียมกับคนรุ่นหลัง
แน่นอนว่าองค์ประกอบของการป้องกันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ในฐานะผู้มีคุณธรรมแม้ว่าจะมีอายุต่างกันถึง 20 ปี เขาก็ยังสามารถจดจำสัญลักษณ์
จากโรงเรียนในภาพยนตร์ที่รุ่นพี่เขาสร้างขึ้นได้ มันทำให้ทุกคนไม่พอใจว่า เมื่อเกิดเรื่องแล้วทำไมเด็กผู้ชายถึงต้องอยู่โรงเรียนเพื่อรอการคุม
ประพฤติ ส่วนเด็กหญิงต้องออกกลางคัน มันสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคม แต่ฉันก็เคยได้ยินพฤติกรรมการออกกลางคันของ
“การประพฤติมิชอบในโรงเรียน”เช่น การชกต่อย การโกงข้อสอบและการมีความรักในโรงเรียน รายละเอียดการถ่ายทำอื่นๆ เช่น วงโยธวาทิต
เครื่องแบบและการชูธง ไม่ว่าจะมาจากชมรมวงโยธวาทิตหรือไม่ก็ตามล้วนเป็นความทรงจำของผู้สร้าง ยังกล่าวอีกว่า Class A คือกลุ่มธรรมชาติ
ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นภาพสะท้อนของกลุ่มสังคม และแม้รู้ว่าภารโรงตอนที่เขาเรียนไม่ใช่คนเดิมที่ หัวสกปรก อีกต่อไป แต่เขาก็สัมผัสถึงความ
ซาบซึ้งของอาจารย์ จางชิมิง มันสะท้อนให้เห็นว่าบางทีหนังอาจสนุกกว่าชีวิตจริง แต่ถ้าไม่มีความทรงจำดีๆเหล่านี้ก็ไม่สามารถถักทอเป็นหนังที่มี
คุณภาพได้ขนาดนี้

Your Name Engraved Herein หนังไต้หวันที่ขับเคลื่อนสิทธิ LGBTQ+ นอกจอภาพยนตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *